สารจากคณะกรรมการ
|

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปี 2560 จนถึงไตรมาสแรกปี 2561 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกเติบโตดีจากการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากตลาดแรงงานฟื้นตัวในหลายภูมิภาค และการค้าโลกฟื้นตัวจากอุปสงค์ของประเทศหลัก (สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีน) ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศที่เน้นส่งออกเติบโตดีขึ้น อีกทั้งนโยบายการคลังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ สำหรับเศรษฐกิจไทยช่วงปีที่ผ่านมาขยายตัวร้อยละ 3.9 แม้ว่าการส่งออกสินค้าจะเติบโตขึ้น แต่การใช้จ่ายภายในประเทศยังชะลอตัวเนื่องจากภาระหนี้สินครัวเรือนสูงและรายได้ภาคเกษตรที่ลดลง

จากมุมมองในฐานะของคณะกรรมการบริษัท ภาพรวมของเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกับการดำเนินงานในภาพรวม เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าของบริษัทจากตลาดในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มประเทศเติบโตใหม่ใน Asean Economic Community (AEC) ส่งผลให้ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ได้รับประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีส่วนกดดันต่อการดำเนินงานแต่บริษัทได้ใช้นโยบาย Natural Hedge เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นราคาของ ปิโตรเคมีนั้น ราคายังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทได้มีการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงบางส่วนสามารถส่งผ่านไปยังลูกค้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ในการขยายตลาดต่างประเทศ และมุ่งเน้นพัฒนาสินค้านวัตกรรม รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และมีการลงทุนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ดีต่อไป

สำหรับผลประกอบการปี 60/61 มีรายได้จากการขายรวม 9,607.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 และมีกำไรสุทธิรวม993.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 28.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ของกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกลดลงจากการบริโภคภายในประเทศปรับตัวขึ้นช้ากว่าที่คาดไว้ประกอบกับการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายจากธุรกิจในต่างประเทศของกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ จากการพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 60/61 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 280 ล้านบาท โดยได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 และมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 60/61 เพื่อขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 420 ล้านบาท หากรวมทั้งปีจะมีการจ่ายปันผลรวม 700 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 71.4 ของผลกำไรสุทธิ (Payout ratio)

ความสำเร็จของกลุ่มบริษัท คือ การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายระดับโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

องค์กรแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ (Creative Innovation Organization)

บริษัทตระหนักดีว่านวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนและอยู่ได้กับทุกการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือจากการพัฒนาและค้นคว้าวิจัยจากหน่วยงานภายในแล้ว บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดโครงการประกวดนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้โจทย์ “Aeroklas 4.0 World Pickup Truck Accessory” ซึ่งเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทั้งนักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป ได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อสนับสนุนให้เกิดเรียนรู้การทำงานภาคอุตสาหกรรมและสร้างผู้ประกอบการในอนาคต ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับรางวัล แอร์โรคลาส สามารถนำมาต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้อีกด้วย

การทำธุรกิจในตลาดโลก (Global Market)

ช่วงปีที่ผ่านมาธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทมีลงทุนขยายธุรกิจในหลายกลุ่มธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโต เช่น Aeroflex USA Inc. สหรัฐอเมริกา ได้เพิ่มกำลังการผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติความเร็วสูงเพื่อรองรับความต้องการของตลาด ได้แก่ อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และที่พักอาศัย ในสหรัฐอเมริกา/ Aeroklas Australia Pty.Ltd. ออสเตรเลีย ได้ซื้อกิจการ Flexiglass Challenge Pty. Ltd. ซึ่งประกอบกิจการร้านจำหน่ายสินค้าตกแต่งรถกระบะและSUV ประเภทขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ในออสเตรเลีย โดยมี distributors และ dealers มากกว่า 100 แห่ง อีกทั้ง มีสาขาของตนเองรวม 5 แห่ง การลงทุนดังกล่าวเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและเปิดโอกาสในการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างศักยภาพในการเพิ่มรายได้และความสามารถในการทำกำไรในอนาคต นอกจากนี้ TJM Products Pty,Ltd. ออสเตรเลีย ได้เปิดสาขาตนเองอย่างเป็นทางการแล้ว 2 แห่ง ที่ Perth และ Brisbane ออสเตรเลีย

การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (To create Sustainable Growth)

การเติบโตของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยึดมั่นตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะเติบโตขึ้นด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์พัฒนาสินค้าคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อสังคมและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ขยายธุรกิจในเวทีโลก เพื่อสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องให้กับบริษัท

ในนามของคณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณ พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้สนับสนุนในทุกๆ ด้านที่ให้การสนับสนุนและให้ความไว้วางใจกลุ่มบริษัทด้วยดีเสมอมา และขอให้เชื่อมั่นว่าบริษัทมีเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ

 

นายวัชรา ตันตริยานนท์
(ประธานกรรมการ)

ดร. ภวัฒน์ วิทูรปกรณ์
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)